Translator Wanted!

Affirmation is looking for a volunteer who is fluent in Thai and could help translate a 400-word presentation webpage. The page provides basic information about Affirmation and can help gay Mormons who live in Thailand. If you think you can help, please send an email to Hugo Salinas.


Latter Days -C.J.Cox/T.Fabris-

นิยายแนว Gay Lit ที่ T. Fabris พัฒนาเรื่องจากบทหนังของ C.J.Cox (คนเขียนบทหนังเรื่อง Sweet Home Alabama) เรื่องราวของคริสเตียน หนุ่มหล่อเจ้าสำอางที่ใช้ชีวิตวันๆ หนึ่งหมดไปกับการทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารและสนุกสนานไปกับชีวิตวัยหนุ่มที่เต็มไปด้วยไฟ (หนักไปทางไฟราคะซะเยอะ)

อยู่มาวันหนึ่ง คริสเตียนได้เห็นอารอน มิชชันนารีนิกายมอร์มอน และเพื่อนๆ มิชชันนารีที่เพิ่งย้ายเข้ามาพักที่อพาร์ตเมนต์ซึ่งอยูถัดไปจากอพาร์ตเมนต์ของเขา คริสเตียนจึงพนันกับเพื่อนๆ ว่าเขาจะจัดการกับมิชชันนารีหนุ่มๆ พวกนี้ให้ได้ โดยเฉพาะอารอนที่เขารู้สึกว่ามีอะไรโยงใยกับเขาได้อย่างน่าประหลาด

คริสเตียนพยายามทุกวิถีทางที่จะหาทางใกล้ชิดกับอารอนจนกระทั่งสบโอกาสเหมาะ เขาค่อยๆ ตีสนิทกับอารอนระหว่างที่อารอนขนเสื้อผ้าไปซักที่ห้องซักผ้า และเริ่มรุกไล่จนในที่สุดอารอนก็ยอมรับว่าตนมีความรู้สึกกับคริสเตียนเหมือนกัน ทั้งคู่จูบกันอย่างดูดดื่มก่อนที่ ไรเดอร์ เพื่อนมิชชันนารีของอารอนมาพบเข้า

ผลก็คืออารอนถูกส่งตัวกลับบ้าน คริสเตียนรู้สึกผิดมาก เขาตามอารอนมาที่สนามบิน ทั้งคู่มีความสัมพันธ์กัน ก่อนจะแยกจากกันไป

อารอนต้องเผชิญหน้ากับครอบครัวเคร่งศาสนาที่ยอมรับไม่ได้กับการที่ลูกชายเป็นเกย์ คริสเตียนเองก็พยายามติดต่ออารอนทุกวิถีทางแต่ครอบครัวของเขากลับกีดกันไม่ให้คริสเตียนได้คุยกับอารอน ซ้ำร้าย แม่ของอารอนบอกกับอารอนว่าที่คริสเตียนสนใจอารอนเป็นเพราะเขาพนันกับเพื่อนๆ ไว้ อารอนเป็นเพียงแค่ของเล่นชิ้นใหม่ของเขาเท่านั้น

ความจริงจากปากของแม่ทำให้อารอนเสียใจมาก เขากรีดข้อมือตัวเอง ดีที่น้องสาวของเขามาช่วยไว้ทัน พ่อแม่ของอารอนตัดสินใจส่งอารอนเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลที่อยู่ห่างไกลออกไป แต่ทันทีที่อารอนได้ยินเพลงซึ่งจูลี่ เพื่อนสนิทของคริสเตียนแต่งจากชีวิตรักของคริสเตียนกับ อารอน

เพลงสั้นๆ เพลงนั้นทำให้อารอนตัดสินใจได้ทันทีว่าเขาไม่ได้ตัดสินใจผิดที่หันหลังให้ครอบครัว ศาสนา ความศรัทธาเลย เพราะสิ่งที่เขาได้กลับมาคือความรักอันยิ่งใหญ่นั่นเอง

นิยายเล่มบางๆ ครับ ดัดแปลงมาจากบทหนังอีกทีหนึ่ง เรื่อราวก็ไม่ได้แปลกใหม่อะไรมาก มีนัยยะในแบบเดียวกันกับ Gay Lit เรื่องอื่นๆ ก็คือการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งการยอมรับ การ Coming out และความรัก

จุดเด่นอย่างหนึ่งที่โดดเด่นออกมาในนิยายเรื่องนี้ก็คือรายละเอียดที่เชื่อมโยงกับความเชื่อทางศาสนา และนัยยะของการหันหลังให้ศาสนา หรือแม้แต่รสนิยมทางเพศที่ขัดต่อกฎศาสนา สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้ Gay Lit เรื่องนี้มีสีสันมากขึ้น ทำให้เรื่องธรรมดาดูไม่ธรรมดาขึ้นมาบ้างนิดหนึ่ง

แต่หากไม่มองอะไรให้ลึกซึ้ง มันก็เรื่องรักธรรมดาเรื่องหนึ่งนี่แหละครับ เรื่องของคนสองคนที่รักกันและอานุภาพของความรักที่ดลบันดาลให้เกิดทุกสิ่งทุกอย่างได้



Angels in America

สาเหตุใหญ่เพราะทึ่งที่  “Angels in America”  มินิซีรีส์ของ HBO เรื่องนี้ สามารถคว้ารางวัลเอมมี (Emmy) ครั้งที่ผ่านมาได้มากถึง 11 ประเภท ทั้งในฐานะมินิซีรีส์ยอดเยี่ยม ด้านฝีมือนักแสดงและด้านเทคนิค

ในที่สุด เมื่อไม่กี่วันมานี้ ดิฉันก็ได้ดูค่ะ แต่ปรากฏว่าหนังยาวมาก ต้องใช้เวลาถึง 2 วัน จึงเสร็จสิ้นภารกิจกับดีวีดี 6 ชั่วโมงเรื่องนี้ แต่ดูแล้วก็เข้าใจได้ว่า ทำไมถึงคว้ารางวัลได้มากมายเป็นประวัติการณ์ขนาดนั้น

“Angels in America” ส่งให้ อัล ปาชีโน (Al Pacino) และ เมอร์ริล สตรีป (Merryl Streep) ได้รางวัลเอมมีในฐานะดารานำยอดเยี่ยม ขณะที่ แมรี-หลุยส์ ปาร์กเกอร์ (Mary-Louise Parker) และ เจฟฟรีย์ ไรต์ (Jeffrey Wright) ได้รางวัลเอมมีในฐานะดาราสมทบยอดเยี่ยม

ก่อนจะไปไกลกว่านี้ ต้องขอย้ำอีกสักครั้งนะคะว่า ที่ดิฉันจะเขียนต่อไปนี้ไม่ได้เป็นการวิจารณ์หนัง เป็นเพียงแค่คำบอกเล่าของคนดูหนังคนหนึ่งเท่านั้น

“Angels in America” ดัดแปลงมาจากละครดังของ โทนี คุชเนอร์ (Tony Kushner) ซึ่งเคยได้รางวัลระดับพูลิตเซอร์มาแล้ว และมาได้รับรางวัลเอมมีจากการเขียนบทมินิซีรีส์เรื่องนี้อีก สำหรับผู้กำกับคือ ไมก์ นิโคลส์ (Mike Nichols) ซึ่งได้รับรางวัลเอมมีเช่นกัน

“Angels in America” สะท้อนสังคมอเมริกันราวปี 1985 ทั้งเรื่องเพศ ศาสนา การเหยียดผิว และปัญหาสังคม ขณะที่โรคเอดส์เริ่มแพร่ระบาด

คนหนึ่งเป็นนักกฎหมายผู้ทรงอิทธิพลของนิวยอร์ก รอย โคห์น (Roy Cohn) ซึ่งมีตัวตนจริง แสดงโดย อัล ปาชีโน ผู้ซึ่งปฏิเสธความจริงจนนาทีสุดท้ายของชีวิต และประกาศว่าจะใช้อิทธิพลของเขาทำลายทุกคนที่พูดว่าเขาเป็นเกย์และเป็นเอดส์

ส่วนตัวละครที่เป็นเอดส์อีกคนคือ ไพรเออร์ วอลเตอร์ (Prior Walter) แสดงโดย จัสติน เคิร์ก (Justin Kirk) ซึ่งถูกเกย์หนุ่มคนรักทอดทิ้ง (รับบทโดย เบน เชงแมน - Ben Shenkman) ยามป่วยหนัก ไพรเออร์ถูกหลอนทั้งจากผีบรรพบุรุษและนางฟ้า ไพรเออร์โชคดีที่มีเพื่อนเกย์น้ำใจงาม (รับบทโดย เจฟฟรีย์ ไรต์ ) คอยช่วยเหลือตลอดเวลา จนผ่านวิกฤติทั้งทางร่างกายและจิตใจมาได้

อีกครอบครัวหนึ่งที่มีบทบาทโยงตัวละครทั้งหมดเข้าหากัน คือครอบครัวของโจ พิตต์ (Joe Pitt) นักกฎหมายหนุ่มซึ่งใกล้ชิดกับรอย โคห์น แสดงโดยแพทริก วิลสัน (Patrick Wilson) โจรู้ตัวว่าเป็นเกย์หลังแต่งงานแล้ว ทำให้ภรรยา (รับบทโดย แมรี-หลุยส์ ปาร์กเกอร์ ) ปวดร้าวจนต้องพึ่งยากล่อมประสาท ส่วนแม่ซึ่งเคร่งศาสนา ตอนแรกโกรธที่ลูกชายเป็นเกย์ แต่ท้ายที่สุด เธอก็เป็นนางฟ้าอารีของไพรเออร์และผองเพื่อน บทนี้แสดงโดยเมอร์ริล สตรีป

นอกจากบทนี้แล้ว สตรีปยังรับอีกหลายบทในหนังเรื่องนี้ เช่นเดียวกับ เอมมา ทอมป์สัน (Emma Thompson) เจฟฟรีย์ ไรต์ และอีกหลายคน สำหรับเมอร์ริล สตรีป เธอยอดเยี่ยมมากในทุกบทที่แสดงค่ะ

“Angels in America” นำเอาชีวิตของผู้คน การเมือง ศาสนา และภาพประหลาดมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในใจคน มาผสมผสานกันได้อย่างกลมกลืมและน่าสนใจ ดิฉันเชื่อว่าหลายคนน่าจะได้แรงบันดาลใจดีๆ หากได้ดูหนังเรื่องนี้...






ศาสนาจักรของพระเยซูคริสต์แห่งสิทธิชนยุคสุดท้าย The Church of Jesus-Christ of Latter-day Saints

นิกายมอร์มอน Mormonism

เกย์ Gay

Mormon, LDS






© 1996-2008 Affirmation: Gay and Lesbian Mormons
www.affirmation.org